ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot

หมวดสินค้า
ยี่ห้อสินค้า

  [Help]
dot
dot
dot


SPORTSMAAX
PVTennis


ไม้แบดมินตันในแบบของคุณ Power? VS Control?

ไม้แบดมินตันในแบบของคุณ Power? VS Control?

ค่า Spec ต่างๆที่ถูกเขียนอยู่บนตัวไม้แบดมินตัน บ่งบอกอะไรเราบ้าง?

เชื่อว่าหลายคน คงเคยปวดหัวกับคำศัพท์บอก spec ต่างๆที่ถูกเขียนไว้บนไม้แบดมินตัน ไม่ว่าจะเป็น  Balance, Weight, Flex, Frame, String Tension, ฯลฯ

แท้จริงแล้วค่าต่างๆเหล่านี้ สามารถอธิบายและแบ่งประเภทของไม้แบดมินตันอย่างง่ายๆ ให้เหลือเพียงแค่  2 สาย คือ

          1. Power (พลัง)

          2. Control (การควบคุม)

วันนี้ผมขออนุญาตแนะนำทริคง่ายๆ ในการเลือกไม้แบดมินตันให้เข้ากับตัวคุณ

อันดับแรกขออธิบายก่อนเลยว่า ไม้แบดมินตันทุกรุ่นทุกยี่ห้อมีจุดเด่นและจุดด้อยของตัวเองเสมอตัวอย่างเช่น ไม้แบดมินตันก้านอ่อน ที่ช่วยประหยัดแรงในการตี แต่ในทางกลับกัน ความแม่นยำในการวางลูกจะด้อยกว่าไม้แบดมินตันก้านแข็ง เป็นต้น

ไม้แบดมินตันสาย Power

ไม้แบดมินตันก้านอ่อน (Flexible) หรือก้านกลาง โดยส่วนใหญ่จะมีบาลานซ์ (Balance) 295mm ขึ้นไป, โดยส่วนใหญ่น้ำหนักปานกลาง (78-85 กรัม 4U/3U) ในกรณีที่น้ำหนักมาก (เกิน 85 กรัม) อาจใช้ก้านแข็งมากขึ้นตามลำดับ

จุดสังเกตสำหรับไม้ Power:  เมื่อจับเหวี่ยงดูโดยรวมอาจจะรู้สึกว่าหนัก เพราะน้ำหนักเทหัวเล็กน้อย หากลองสะบัดเบาๆ จะรู้สึกว่าก้านมีการดีดตัวเล็กน้อย โดยส่วนมากจะใช้เฟรม (Frame) หนา

จุดเด่นของไม้แบดมินตันสาย Power – ตีสบายกว่า, ช่วยผ่อนแรงในการตี, ลูกตบทรงพลัง

จุดด้อยของไม้แบดมินตันสาย Power – การควบคุมลูกยากกว่า ความคล่องตัวน้อยกว่า เนื่องจากก้านไม้จะคืนตัวเป็นแนวตรงช้ากว่าสาย Control

รูปแบบการเล่น ที่เหมาะสำหรับไม้แบดมินตันสาย Power – เล่นทั่วไป, นักกีฬาตีคู่ตัวหลัง, เกมช้า

ไม้แบดมินตันสาย Power แท้ๆ มักจะรองรับความตึงของเอ็นได้ไม่สูงมาก เนื่องจากใช้วัสดุที่เน้น ความยืดหยุ่นและการดีดตัวของไม้เป็นหลัก ซึ่งความตึงเอ็นสำหรับผู้เล่นที่ต้องการ Power จะอยู่เพียง 18-23 ปอนด์ (ยิ่งขึ้นตึงมาก Power จะลดลง แต่ได้ Control มากขึ้น)

 

ตัวอย่างไม้แบดมินตันสาย Power (DUNLOP AEROGEL 8000XL)

 

ไม้แบดมินตันสาย Control

ไม้แบดมินตันก้านแข็ง (Stiff) ส่วนใหญ่จะมีบาลานซ์ (Balance) 275-290mm, น้ำหนักค่อนข้างมาก (85-90 กรัม 3U/2U) หรืออาจจะเบาไปเลย (70-76 กรัม 5U/6U)

จุดสังเกตสำหรับไม้ Control:  ก้านแข็งมาก หากลองสะบัดเบาๆจะไม่รู้สึกว่าก้านดีดตัวเลย ส่วนใหญ่จะใช้เฟรม (Frame) ที่มีลักษณะบาง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับหน้าไม้ โดยส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าไม้เบาในตอนที่ยังไม่ได้ตีจริง

จุดเด่นของไม้แบดมินตันสาย Control – ควบคุมน้ำหนักและทิศทางลูกได้ง่ายกว่า เล่นลูกดาดได้ดี หน้าไม้และลูกที่ตีออกไปค่อนข้างเร็ว

จุดด้อยของไม้แบดมินตันสาย Control – ใช้แรงในการตีมาก ต้องการความแม่นยำในการตีลูก

รูปแบบการเล่นที่เหมาะสำหรับไม้แบดมินตันสาย Control –เล่นแข่งขัน, นักกีฬาตีคู่, เกมเร็ว

ความตึงเอ็นที่เหมาะสมสำหรับผู้เล่นสาย Control แท้ๆ คือ 24 ปอนด์ขึ้นไป (หากขึ้นต่ำลงจะได้ Power มากขึ้น แต่ Control ลดลง) ทั้งนี้อยู่ที่ฝีมือ และพละกำลังของแต่ละคนด้วย เพราะไม้ Control จำเป็นต้องอาศัยแรงตีจากผู้เล่นมากกว่า โดยเฉพาะในจังหวะตบ

**คำเตือน** การขึ้นเอ็นปอนด์สูง ควรตรวจสอบ Spec ของไม้แบดมินตันโดยละเอียด และสอบถามพนักงานก่อนขึ้น เพราะไม้อาจเสียหาย หรือเป็นการลดอายุการใช้งานของไม้ลงโดยที่เราไม่รู้ตัว

ตัวอย่างไม้แบดมินตันสาย Control (Carlton KINESIS K4.2)

ในปัจจุบันแบรนด์แบดมินตันต่างแข่งขันกัน ออกแบบและผลิตไม้แบดมินตันออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก อาจทำให้การเลือกซื้อไม้แบดมินตัน ดูเป็นเรื่องยากและน่าปวดหัว ในการเลือกซื้อโดยทั่วไปจะนิยมสอบถามรายละเอียดจากพนักงานขาย แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกไม้แบดมินตันทุกครั้ง เราควรถามตัวเราเองก่อนว่า เราต้องการไม้แบดมินตันแบบไหน Power หรือ Control โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาไม้แบดมินตันไม้แรกให้กับตัวเอง ควรเลือกให้เหมาะสมกับสไตล์การตีของเราก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยปรับเปลี่ยนในกรณีที่ต้องการซื้อไม้ที่ 2 และ 3

 ผมหวังว่าบทความนี้จะมีส่วนช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเลือกซื้อไม้แบดมินตัน และช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านสามารถเข้าใจไม้แบดมินตันและจุดประสงค์ของผู้ผลิตมากขึ้นแบบง่ายๆ  แล้วคุณล่ะ Power? หรือ Control?

ผู้เขียน @sportsmaax




บทความน่าสนใจ

วอร์มอัพ & คูลดาวน์ สำคัญอย่างไร?
ฟิตแอนด์เฟิร์มไปกับ Everlast มวย MMA และฟิตเนส



Copyright © 2014-2017 All Rights Reserved.